 |
| • ศัลยแพทย์กระดูกสันหลังทำไมต้องเฉพาะทาง ? |  | การผ่าตัดกระดูกหรือศัลยกรรมกระดูก เป็นสาขาของการรักษาเฉพาะทางที่เกี่ยวข้อง กับระบบกล้ามเนื้อและกระดูกของร่างกายเรา โรค และการบาดเจ็บที่ข้องกับ กระดูก ข้อ กล้ามเนื้อ เส้นประสาทและเส้นเอ็นต่างๆ โรคกระดูกและข้อเหล่านี้มักจะทำให้ ผู้ป่วยไม่สามารถเคลื่อนไหวหรือทำงานได้เหมือนปกติ ในขณะที่ศัลยแพทย์กระดูก ทั่วไปจะมีความรู้ความชำนาญเกี่ยวกับระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ศัลยแพทย์กระดูก หลายท่านเลือกศึกษาต่อเพื่อเพิ่มความเชี่ยวชาญเฉพาะทางขึ้นอีกในแต่ละสาขา | | เช่น เท้าและข้อเท้า กระดูกสันหลัง เข่าและสะโพก โรคกระดูกในเด็ก ศาตร์การรักษาการบาดเจ็บเฉพาะจากอุบัติเหตุ หรือ อุบัติเหตุจากการกีฬา เป็นต้น ศัลยแพทย์กระดูกทั่วไปได้รับใบประกาศจบจากบอร์ดของออโธปิดิกส์ และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางได้ผ่านเฟลโลว์ชิพโปรแกรมสำหรับการ รักษาเฉพาะทางกระดูกสันหลัง ศัลยแพทย์กระดูกและผู้เชี่ยวชาญกระดูกสันหลังคือแพทย์ที่ได้รับการฝึกฝนเฉพาะทางอย่างถูกต้องได้มาตรฐานใน เรื่องการวินิจฉัยโรค การรักษาโรคกระดูกและอาการบาดเจ็บของระบบกล้ามเนื้อและกระดูก โดยเฉพาะการดูกสันหลัง การผ่าตัดกระดูกสันหลังมัก ต้องอาศัยความชำนาญค่อนข้างเยอะ ควรได้รับการฝึก เรียนรู้ โดยเฉพาะสำหรับเรื่องการผ่าตัดกระดูกสันหลังในชนิดต่างๆ ไม่ว่าการผ่าตัดชนิดนั้น จะเป็นการผ่าตัดชนิดแผลเล็ก หรือการผ่าตัดกระดูกสันหลังโดยการใช้กล้อง หรือการผ่าตัดกระดูกสันหลังที่จำเป็นต้องใช้โลหะในการยึดกระดูก ซึ่งแพทย์ผู้ชำนาญการจะมีประสบการณ์มาก ทำให้การคลาดเคลื่อนของการผ่าตัดน้อย ผลข้างเคียงของการทำผ่าตัดน้อยลง ลดปัญหาการต้อง กลับมาผ่าตัดซ้ำ แก้ปัญหาได้ดีกว่า ลดการเกิดภาวะที่เรียกว่า Failed Back Surgery Syndrome (FBSS) |
|
| • เทคโนโลยี และ ความก้าวหน้าทางการรักษาทางการแพทย์ ? |  | ปัจจุบัน วิวัฒนาการเกี่ยวกับวิธีการผ่าตัดกระดูกสันหลังและเครื่องมือที่นำมาใช้ในการผ่าตัดแต่ ละชนิด ได้ถูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว การผ่าตัดกระดูกสันหลังในปัจจุบันนี้ ได้พัฒนาเทคนิคหรือ เครื่องมือ เพื่อให้แผลเล็กลง ลดการบอบช้ำของเนื้อเยื่อรอบแผลผ่าตัด ลดความเจ็บปวดจาก การผ่าตัดและลดระยะเวลาการฟื้นตัวหลังผ่าตัด การผ่าตัดตามแนวคิดใหม่นี้ ใช้ความรู้ทางสรีระวิทยาและพยาธิสภาพของโรคกระดูกสันหลังที่ ปัจจุบันนี้มีผู้ป่วยมากขึ้นทุกวัน การผ่าตัดโดยแนวคิดใหม่ที่พัฒนาจากเดิมนี้ มีจุดมุ่งหมาย - พยายามคงการเคลื่อนไหวตามสรีระของกระดูกสันหลังไว้ตามธรรมชาติมากที่สุดที่ เช่น การผ่าตัดหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท โดยใช้ หมอนรองกระดูกเทียม total disc replacement ที่ทำให้หมอนรองกระดูกที่ผ่าตัดยังสามารถขยับได้เหมือนหมอนรองกระดูกปกติ
- ลดการผ่าตัดใหญ่ โดยการผ่าตัดผ่านท่อเล็กๆหรือส่องกล้องในการผ่าตัดหมอนรองกระดูกหรือ Laser discectomy และ neucleoplasty เพื่อลดความดันในหมอนรองกระดูก
- ลดการทำงานแบกรับน้ำหนักของข้อกระดูกสันหลังข้อนั้นๆ เช่น ในกรณีหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมและมีโพรงกระดูกสันหลังตีบโดยการใช้ dynamic stabilization devices และ inter-spinal distraction devices
| วิธีการผ่าตัดแตกต่างกันไปในแต่ละกรณี ทั้งนี้มีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้ววิวัฒนาการใหม่ที่ใช้ในปัจจุบันนี้คือแผลเล็กลง เจ็บน้อยลง ดังนั้น ทักษะ ความชำนาญเฉพาะทาง และ วิวัฒนาการทางเครื่องมือเฉพาะ ที่นำมาใช้ในการผ่าตัดมีความสำคัญมากและจำเป็นต้องมี คุณภาพสูง นอกจากนั้นแพทย์เฉพาะทางกระดูกสันหลังจึงให้ความสำคัญกับหลักการของการผ่าตัด Minimal Invasive Surgery มากที่สุด ทั้งนี้เพื่อ ลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหลัง ให้มีผลกระทบต่อโครงสร้างสรีระเดิมน้อยที่สุด ให้การผ่าตัดแก้ไขการกดทับเส้นประสาทหรือเชื่อมข้อได้อย่าง สมบูรณ์ และต้องได้ผลการรักษาที่ดี
หลักการของ Minimal Invasive Surgery - ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อแผ่นหลัง (Para-spinal Soft Tissue)
- รบกวนหรือมีผลกระทบต่อโครงสร้างสรีระเดิมน้อยที่สุด (Less Anatomic Disruption)
- เป็นการผ่าตัดแก้ไขการกดทับเส้นประสาท หรือ การผ่าตัดเชื่อมข้อได้อย่างสมบูรณ์ (Adequate Decompression and/or Fusion)
- ต้องได้ผลการรักษาที่ดี เทียบเท่าการผ่าตัดวิธีมาตรฐาน (Achieve Results Comparable with Traditional Open-surgical Approach)
**ขนาดของบาดแผล ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด **แต่หลักการของการผ่าตัด Minimal Invasive Surgery มีความสำคัญมากกว่า |
|
| • อะไรทำให้ปัญหาปวดหลังแย่ลง หรือดีขึ้น ? |  | ปัจจัยในชีวิตประจำวันที่ทำให้อาการปวดหลังแย่ลง - ขาดการออกกำลังกาย
- อ้วน หรือน้ำหนักตัวมากกว่าปกติ
- อยู่ในลักษณะท่าทางที่ไม่เหมาะสม ปัญหาจากการทำงานในท่าซ้ำๆ นานๆ
- ท่าทางการยกของที่ไม่ถูกต้อง
- ความเครียด
- การใช้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นมากเกินไป
| เราจะป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการปวดหลังได้โดย - การออกกำลังการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อทำให้กล้ามเนื้อบริเวณลำตัวแข็งแรงและยืดหยุ่นดี ควบคุมน้ำหนักตัวอย่างเหมาะสม
- ในการนั่งทำงาน ควรนั่งตัวตรงให้ลำตัว สะโพก และเข่าทำมุมในแนวตั้งฉาก แขนขนานกับพื้น ข้อมือแบนราบให้มากที่สุด เท้าทั้งสองข้างวางราบกับพื้นหรือมีที่วางเท้า
- หากจำเป็นต้องยืนนาน ให้หาที่พักเท้าเพื่อลดการตึงตัวของกล้ามเนื้อบริเวณหลัง
- ไม่ควรอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานๆ ควรมีการหยุดพัก หรือเปลี่ยนอิริยาบถบ้างอย่างน้อยทุกๆ ชั่วโมง เพื่อหลีกเลี่ยงการตึงตัวของกล้ามเนื้อ อันเป็นสาเหตุที่ทำให้ปวดหลัง อาจจะลุกเดินไปมา หรือยืดเส้นยืดสายบิดขี้เกียจได้ทั้งนั้น
- เวลายกของจากพื้นควรใช้การย่อเข่า ให้ตัวอยู่ชิดกับของมากที่สุด และในขณะยกของขึ้นให้ออกแรงที่ขา มากกว่าใช้หลังในการยก
- ควรหลีกเลี่ยงการก้มหรือบิดลำ ตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะทำพร้อมกันทั้งสองอย่าง เพราะอาจส่งผลให้กระดูก และหมอนรองกระดูก เกิดการบาดเจ็บขึ้นมาได้
|  |
|
| เวลาตรวจผู้ป่วยนอก OUT PATIENT OFFICE TIME |
| วัน / Date | เวลา / Time | สถานที่ / Place | จันทร์-ศุกร์ Monday-Friday | 17:00-20:00 | ปิยนาถคลินิก Piyanat Clinic | พุธ Wednesday | 09:00-16:00 | โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต Vachira Phuket Hospital | พฤหัสบดี Thursday | 09:00-12:00 | โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต Vachira Phuket Hospital | เสาร์ Saturday | 09:00-12:00 | ปิยนาถคลินิก Piyanat Clinic | | | 13:00-16:00 | โรงพยาบาลสิริโรจน์ภูเก็ต Phuket International Hospital | อาทิตย์ Sunday | 09:00-12:00 | โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต Bangkok Phuket Hospital |
|